การห้ามเลือด

การห้ามเลือด (Control hemorrhage)

การห้ามเลือด   (Control hemorrhage)    หมายถึง  การทำให้เลือดที่ไหลหยุดทันทีทันใด   การห้ามเลือดโดยทั่ว  ๆ ไป    จะกระทำได้ในรายที่ได้รับบาดเจ็บซึ่งมีการตกเลือดภายนอกเป็นส่วนใหญ่  ๆ และอาจทำได้หลายวิธี  แล้วแต่ตำแหน่งหรือการตกเลือดนั้นมีมากหรือน้อยเพียงใด  ในการห้ามเลือดแต่ละครั้ง  อาจใช้วิธีการหลายอย่างเข้าด้วยกัน    เพื่อให้การห้ามเลือดประสบผลสำเร็จ

กลไกการห้ามเลือดของร่างกาย
ตามธรรมชาติของร่างกายมนุษย์มีวิธีการทำให้เลือดหยุดได้โดย

1.  เลือดมีคุณสมบัติพิเศษ    ซึ่งเมื่อมาอยู่นอกเส้นเลือดแล้วอาจแข็งตัวได้ (Clot)  และการแข็งตัวของเลือดนี้เอง   จะอุดช่องทางตรงที่เลือดออกได้
2.  ความดันเลือดจะต่ำลงเองเมื่อร่างกายมีการตกเลือด    ซึ่งจะทำให้กระเเสเลือดไหลช้าลงด้วย  ทำให้เลือดมีโอกาสแข็งตัวได้เอง    เพื่อปิดช่องทางที่เลือดออกได้ง่ายขึ้น
3.  เส้นเลือดส่วนนั้นจะตีบตัวเล็กลงได้   เลือดก็จะออกน้อยลง แม้ว่าเลือดจะหยุดเองได้    แต่ถ้าเป็นเส้นเลือดใหญ่ ๆ   เลือดก็ไม่อาจหยุดออกเองได้   จำเป็นจะต้องได้รับการห้ามเลือดตั้งแต่ต้น   เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายเสียเลือดมากจนเป็นอันตรายต่อชีวิตมีวิธีการต่างๆ  ในการห้ามเลือด    เมื่อเลือดไหลออกมาภายนอกและไม่หยุดไปเองโดยกลไกของร่างกายดังกล่าวแล้ว   จำเป็นต้องมีการห้ามเลือดซึ่งก่อนสัมผัสกับบาดแผลและเลือด   ผู้ปฐมพยาบาลต้องระวังการติดเชื้อจากผู้บาดเจ็บ/ผู้ป่วย   ด้วยการสวมถุงมือยาง   หรือหาวัสดุใกล้ตัวเช่น  ถุงพลาสติกสวมก่อนปฏิบัติ  การห้ามเลือดมีหลายวิธี   ดังนี้คือ

การห้ามเลือดโดยวิธีกดแผล  (Direct pressure and Elevation)
1.ใช้ฝ่ามือหรือนิ้วมือ  กดลงบนแผลหรือตรงที่มีเลือดออก  ในกรณีที่เกิดบาดแผลที่บริเวณแขนหรือขาให้ยกส่วนนั้น ๆ   ให้สูงไว้เพื่อให้เลือดไหลมาสู่บริเวณนั้นน้อยและช้าลงวิธีนี้จะได้ผลดีก็ต่อเมื่อเป็นบาดแผลเล็ก ๆ

2.ถ้าบาดแผลกว้าง   ให้ใช้ผ้าสะอาดพับวางบนบาดแผลแล้วจึงกด   การกดอย่ากดแรงเกินไป   เพราะอาจจะทำให้การไหลเวียนของเลือดไม่เป็นไปตามปกติ    แล้วสังเกตดูว่าเลือดหยุดหรือไม่   ถ้าเลือดยังไม่หยุดและซึมผ้ามาก    อย่าปิดแผลเพื่อเอาผ้าทิ้ง    ให้ใช้ผ้าใหม่ปิดและกดทับลงไปเพราะถ้าเอาผ้าซับทิ้งบ่อย ๆ  จะเป็นการรบกวนการแข็งตัวของเลือด    ถ้าการห้ามเลือดด้วยการกดแผลได้ผลควรใช้ผ้าสะอาดพันทับแล้วผูกไว้  ข้อควรระวังคืออย่าผูกแน่นเกินไป   ในรายที่มีกระดูกหักร่วมด้วยต้องทำให้ส่วนนั้นอยู่นิ่งมากที่สุด

3.ถ้ามีการตกเลือดจากบาดแผลที่ต่ำกว่าข้อพับข้อศอก  หรือข้อเข่า ให้ใช้ผ้าหรือสำลีม้วนวางที่ข้อพับของข้อศอกหรือข้อเข่า   พับข้อศอกหรือข่อเข้านั้นไว้แล้วใช้ผ้าพันรอบ ๆ  ข้อพับนี้ไว้ให้แน่น  ทั้ง ๆ ที่ข้อพับนั้นยังพับอยู่   วิธีนี้เรียกว่าวิธีใช้ “Pad and bandage”
ก.        สวมถุงมือป้องกันติดเชื้อ
ข.       ใช้ผ้าก๊อซสะอาดวางบนแผลแล้วกด
ค.       เลือดไม่หยุดใช้ผ้าชิ้นใหม่กดทับเพิ่มอีก
ง.        พันผ้าแล้วผูกไว้    ยกอวัยวะให้สูงขึ้น

36 comments on “การห้ามเลือด

  1. วิธีแก้ปัญหาเมื่อประสบภัย
    1 สวมถุงมือป้องกันติดเชื้อ
    2 เลือดไม่หยุดใช้ผ้าชิ้นใหม่กดทับเพิ่มอีกพันผ้าแล้วผูกไว้
    3 ยกอวัยวะให้สูงขึ้น

  2. การทำให้เลือดที่ไหลหยุดทันทีทันใด การห้ามเลือดโดยทั่ว ๆ ไป จะกระทำได้ในรายที่ได้รับบาดเจ็บซึ่งมีการตกเลือดภายนอกเป็นส่วนใหญ่ ๆ และอาจทำได้หลายวิธี แล้วแต่ตำแหน่งหรือการตกเลือดนั้นมีมากหรือน้อยเพียงใด ในการห้ามเลือดแต่ละครั้ง อาจใช้วิธีการหลายอย่างเข้าด้วยกัน เพื่อให้การห้ามเลือดประสบผลสำเร็จถ้าบาดแผลกว้าง ให้ใช้ผ้าสะอาดพับวางบนบาดแผลแล้วจึงกด การกดอย่ากดแรงเกินไป เพราะอาจจะทำให้การไหลเวียนของเลือดไม่เป็นไปตามปกติ แล้วสังเกตดูว่าเลือดหยุดหรือไม่ ถ้าเลือดยังไม่หยุดและซึมผ้ามาก อย่าปิดแผลเพื่อเอาผ้าทิ้ง ให้ใช้ผ้าใหม่ปิดและกดทับลงไปเพราะถ้าเอาผ้าซับทิ้งบ่อย ๆ จะเป็นการรบกวนการแข็งตัวของเลือด ถ้าการห้ามเลือดด้วยการกดแผลได้ผลควรใช้ผ้าสะอาดพันทับแล้วผูกไว้ ข้อควรระวังคืออย่าผูกแน่นเกินไป ในรายที่มีกระดูกหักร่วมด้วยต้องทำให้ส่วนนั้นอยู่นิ่งมากที่สุด

  3. การห้ามเลือด คือการทำให้เลือดหยุดไหลทันใด การห้ามเลือดโดยทั่วไป จะกระทำได้ในรายที่ได้รับบาดเจ็บซึ่งมีการตกเลือดภายนอกเป็นส่วนใหญ่ และอาจทำได้หลายวิธี
    1. การห้ามเลือดโดยการกดลงที่บาดแผล
    2.ใช้ผ้าสะอาดห่อน้ำแข็งวางบนแผล เพื่อจนทำให้หลอดเลือดฝอยเเข็งตัว
    3.ต้องรีบยกแขนให้สูงขึ้น

  4. การห้ามเลือดคือ การไม่ให้เลือดไหลออกมาจากตัวเรา
    1.การห้ามเลือดโดยเอาผ้ามาปิดไว้ที่แผล
    2.การห้ามเลืิอดด้วยใช้น้ำแข็งปะครบ

  5. การห้ามเลือดหมายถึงการทำให้เลือดที่ไหลหยุดทันทีและอาจทำได้หลายวิธีแต่ถ้าเป็นเส้นเลือดใหญ่เลือดก็อาจจะหยุดออกเองได้การปฐมพยาบาลต้องระวังแผลติดเชื้อจากผู้บาดเจ็บด้วย
    ควรหาถุงมือมาใส่เพื่อความสะอาดค่ะ.

  6. การห้ามเลือด คือ การป้องกันไม่ให้เลือดไหลออกจากหลอดเลือด เพื่อลดอันตรายจากการเสียเลือดหรือตกเลือด เมื่อเรารู้วิธีรักษาขั้นตอนอย่างถูกวิธีแล้ว คเราควรปฏิบัติตามให้ถูกวิธี เพื่อสุขภาพของเรา

  7. การห้ามเลือด คือ การทำให้เลือดที่ไหลหยุดทันทีทันใดการห้ามเลือดโดยทั่วๆไปจะกระทำได้ในรายที่ได้รับบาดเจ็บซึ่งมีการตกเลือดภายนอกเป็นส่วนใหญ่ๆและอาจทำได้หลายวิธี

  8. การห้ามเลือดคือ การที่ช่วยไห้เลือดหยุดไหล ออกจากร่างกาย เพื่อลดอันตรายจากการเสียเลือด
    เมื่อเรารุ้จักวิธีการรักษาและขั้นตอนของการห้ามเลือด เราควรปฎิบัติและเอาไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

  9. การห้ามเลือด คือการทำให้เลือดหยุดไหลทันใด การห้ามเลือดโดยทั่วไป จะกระทำได้ในรายที่ได้รับบาดเจ็บซึ่งมีการตกเลือดภายนอกเป็นส่วนใหญ่ การห้ามเลือดคือ การที่ช่วยไห้เลือดหยุดไหล ออกจากร่างกาย เพื่อลดอันตรายจากการเสียเลือด
    เมื่อเรารุ้จักวิธีการรักษาและขั้นตอนของการห้ามเลือด

  10. การห้ามเลือด มีวิธีการ ดังนี้
    1. สวมถุงมือป้องกันติดเชื้อ
    2. เเละ กดเเผล กันเลื่อด
    3. เเละนำน้ำปล่าวที่สะอาดทืี่สุด มาล้างเเผล

  11. การห้ามเลือดมีวิธีและขั้นตอนการปฏิบัติ จากการเรียนรู้จาการปฐมพยาบาลเบื้อง
    ทำให้เลือดหยุดทันทีโดยมีวิธีขั้นตอนดังนี้
    1. ใช้นิ้วกดลงตรงที่มีเลือดไหล ในกรณีเกิดแผลในระยะเวลาสั้นๆ และนี้เป็นวิธีง่ายๆในการปฐมพยาบาลเบื้องต้น

  12. การห้ามเลือด มีวิธีการ ดังนี้
    1.โดยการกดที่บาดแผล
    2.โดยใช้นํ้าแข็งวางบริเวณแผล
    3.โดยส่วนที่เป็นแผลให้สูงกว่าระดับดับหัวใจ
    4.โดยการขันชะเนาะ หรือสายรัด

  13. การปฐมพยาบาลเบื้องต้น คือ ถ้ามีบาดเเผลต้องห้ามเลือดก่อนอันดับเเรก ต้องทำให้เลือดที่ไหลหยุดไหลทันที เมื่อเลือดไหลออกมาภายนอกและไม่หยุดไปเอง จำเป็นต้องมีการห้ามเลือดซึ่งก่อนสัมผัสกับบาดแผลและเลือด การห้ามเลือด ใช้ฝ่ามือหรือนิ้วมือ กดลงบนแผลหรือตรงที่มีเลือดออกจะได้ผลดีก็ต่อเมื่อเป็นบาดแผลเล็ก ๆ

  14. 1.ล้างมือให้สะอาด
    2.ทำแผลที่สะอาดก่อนแผลที่สกปรก
    3.เช็ดรอบแผลด้วยสำลีชุบแอลกอฮอล์ (เช็ดจากในวนมาข้างนอกทางเดียว)
    4.ปิดด้วยผ้าก็อซหรือผ้าสะอาด
    5.อย่าให้ถูกน้ำอีก เพราะจะทำให้เป็นหนองหรือหายช้า

  15. ล้างมือให้สะอาด
    ทำแผลที่สะอาดก่อนแผลที่สกปรก
    เช็ดรอบแผลด้วยสำลีชุบแอลกอฮอล์ (เช็ดจากในวนมาข้างนอกทางเดียว)
    ปิดด้วยผ้าก็อซหรือผ้าสะอาด
    อย่าให้ถูกน้ำอีก เพราะจะทำให้เป็นหนองหรือหายช้า

  16. การปฐมพยาบาล หมายถึง การให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ป่วยหรือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ณ สถานที่เกิดเหตุ โดยใช้อุปกรณ์เท่าที่จะหาได้ในขณะนั้น นำมาใช้ในการรักษาเบื้องต้น ควรทำการปฐมพยาบาลให้เร็วที่สุดหลังเกิดเหตุโดยอาจทำได้ในทันที หรือระหว่างการนำผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บไปยังโรงพยาบาลหรือสถานที่รักษาพยาบาลอื่นๆ เพื่อช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วย หรืออาการบาดเจ็บนั้นๆ ก่อนที่ผู้ป่วยหรือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจะได้รับการดูแลรักษาจากบุคลากรทางการแพทย์ หรือถูกนำส่งไปยังโรงพยาบาล

  17. การทำให้เลือดที่ไหลหยุดทันทีทันใด การห้ามเลือดโดยทั่ว ๆ ไป จะกระทำได้ในรายที่ได้รับบาดเจ็บซึ่งมีการตกเลือดภายนอกเป็นส่วนใหญ่ ๆ และอาจทำได้หลายวิธี แล้วแต่ตำแหน่งหรือการตกเลือดนั้นมีมากหรือน้อยเพียงใด ในการห้ามเลือดแต่ละครั้ง อาจใช้วิธีการหลายอย่างเข้าด้วยกัน เพื่อให้การห้ามเลือดประสบผลสำเร็จถ้าบาดแผลกว้าง

  18. สิ่งที่ใด้นำไปใช้ในชีวิตประจำวันใด้ค่ะ
    1.การห้ามเลือดได้จริงค่ะ
    2.ห้ามเลือดได้ถูกวิธีด้วยค่ะ
    3ใช้ใด้จริงในชีวิตประจำวันค่ะ
    4.ได้รู้การประธมพยาบาลเบื้องต้นด้วยค่ะ

  19. การห้ามเลือด หมายถึง การทำให้เลือดที่ไหลหยุดทันทีทันใด การห้ามเลือดโดยทั่ว ๆ ไป จะกระทำได้ในรายที่ได้รับบาดเจ็บซึ่งมีการตกเลือดภายนอกเป็นส่วนใหญ่ ๆ และอาจทำได้หลายวิธี แล้วแต่ตำแหน่งหรือการตกเลือดนั้นมีมากหรือน้อยเพียงใด ในการห้ามเลือดแต่ละครั้ง อาจใช้วิธีการหลายอย่างเข้าด้วยกัน เพื่อให้การห้ามเลือดประสบผลสำเร็จ

  20. การห้ามเลือด คือ การป้องกันเลือดที่ไหลออกจากร่างกาย เพื่อลดอันตรายจากการเสียเหลือดมากเกินไป
    1.การห้ามเลือดโโยการใช้น้ำแข็งประคบบริเวณปากแผล
    2.การห้ามเลือดโดยการใช้ผ้าที่สะอาดปิดบาดแผลไว้

  21. การห้ามเลือด เพื่อปกกันการที่เลือดจะไหลออกมาเยอะจนมากเกินไป
    1.การห้ามเลือดโดยการใช้นิ้วหัวแม่หรือฝ่ามือกดไปบริเวณปากแผล
    2.การห้ามเลือดโดยการใช้ผ้าสะอาดวางไว้บนปากแผลแล้วกดลงเบาๆ

  22. การห้ามเลือด
    1.หาผ้ามาปิดบริเวณที่เลือดไหลไว้
    2.นำผ้าใส่นำ้แข็งมาประคบไว้
    3.นำมือกดบาดแผลไว้

  23. การห้ามเลือด
    1การห้ามเลือดโดยกดแผล
    2โดยการใช้ขันชะเนาะ หรือสายรัด
    3นํานํ้าเปล่ามาล้างที่ให้สะอาด

  24. การห้ามเลือด คือการทำให้เลือดหยุดไหลทันใด การห้ามเลือดโดยทั่วไป จะกระทำได้ในรายที่ได้รับบาดเจ็บซึ่งมีการตกเลือดภายนอกเป็นส่วนใหญ่ และอาจทำได้หลายวิธี
    1. การห้ามเลือดโดยการกดลงที่บาดแผล
    2.ใช้ผ้าสะอาดห่อน้ำแข็งวางบนแผล เพื่อจนทำให้หลอดเลือดฝอยเเข็งตัว
    3.ต้องรีบยกแขนให้สูงขึ้น

  25. การห้ามเลือด หมายถึง การทำให้เลือดที่ไหลหยุดทันทีทันใด การห้ามเลือดโดยทั่ว ๆ ไป จะกระทำได้ในรายที่ได้รับบาดเจ็บซึ่งมีการตกเลือดภายนอกเป็นส่วนใหญ่ ๆ และอาจทำได้หลายวิธี แล้วแต่ตำแหน่งหรือการตกเลือดนั้นมีมากหรือน้อยเพียงใด

  26. กลไกการห้ามเลือดของร่างกาย
    ตามธรรมชาติของร่างกายมนุษย์มีวิธีการทำให้เลือดหยุดได้โดย
    1. เลือดมีคุณสมบัติพิเศษ ซึ่งเมื่อมาอยู่นอกเส้นเลือดแล้วอาจแข็งตัวได้ (Clot) และการแข็งตัวของเลือดนี้เอง จะอุดช่องทางตรงที่เลือดออกได้
    2. ความดันเลือดจะต่ำลงเองเมื่อร่างกายมีการตกเลือด ซึ่งจะทำให้กระเเสเลือดไหลช้าลงด้วย ทำให้เลือดมีโอกาสแข็งตัวได้เอง เพื่อปิดช่องทางที่เลือดออกได้ง่ายขึ้น
    3. เส้นเลือดส่วนนั้นจะตีบตัวเล็กลงได้ เลือดก็จะออกน้อยลง
    แม้ว่าเลือดจะหยุดเองได้ แต่ถ้าเป็นเส้นเลือดใหญ่ ๆ เลือดก็ไม่อาจหยุดออกเองได้ จำเป็นจะต้องได้รับการห้ามเลือดตั้งแต่ต้น เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายเสียเลือดมากจนเป็นอันตรายต่อชีวิต

  27. การห้ามเลือด คือ การป้องกันไม่่ให้เลือดไหลออกจากหลอดเลือด เพื่อลดอันตรายจากการเสียเลือด
    1.การห้ามเลือดโดยกดตรงบาดแผล
    2.การห้าเลือดโดยใช้นำ้แข็งวางตรงบริเวณปากแผล
    เป็นต้น

  28. การห้ามเลือด
    เพื่อพบเห็นผุ้ทีี่เกิดอุบัติเหตุที่มีเลือดไหลมากๆควรห้ามเลือด
    1.นำน้ำแข็งมาปพคบ
    2.นำผ้าสะอาดมากดแผลเพื่อให้เลือดหยุดไหล
    3.นำกดแผลไว้เพื่่อให้เลือดหยุดไหลแล้วนำไปส่งหมอ

  29. เมื่อเลือดไหลออกมาภายนอกและไม่หยุดไปเองโดยกลไกของร่างกายดังกล่าวแล้ว จำเป็นต้องมีการห้ามเลือดซึ่งก่อนสัมผัสกับบาดแผลและเลือด ผู้ปฐมพยาบาลต้องระวังการติดเชื้อจากผู้บาดเจ็บ/ผู้ป่วย ด้วยการสวมถุงมือยาง หรือหาวัสดุใกล้ตัวเช่น ถุงพลาสติกสวมก่อนปฏิบัติ การห้ามเลือดมีหลายวิธี ดังนี้คือ

    การห้ามเลือดโดยวิธีกดแผล (Direct pressure and Elevation)
    1.ใช้ฝ่ามือหรือนิ้วมือ กดลงบนแผลหรือตรงที่มีเลือดออก ในกรณีที่เกิดบาดแผลที่บริเวณแขนหรือขาให้ยกส่วนนั้น ๆ ให้สูงไว้เพื่อให้เลือดไหลมาสู่บริเวณนั้นน้อยและช้าลงวิธีนี้จะได้ผลดีก็ต่อเมื่อเป็นบาดแผลเล็ก ๆ

  30. การห้ามเลือด เป็นการปฐมพยาบาล โดยการ นำผ้ามาประคบบนปากแผล ลักษณะของบาตแผลก็จะมี แบบหกล้ม แล้วถลอก แบบของมีคมบาด แบบ ไฟไหม้น้ำร้อนลวก แบบโดนกระแทก จนช้ำ

  31. การห้ามเลือด
    1.เอาน้ำสะอาดล้างแผลให้สะอาด
    2.หาผ้ามาปิดบริเวณที่เลือดไหล
    3.ถ้าเลือดยังไม่หยุดไหล ให้เอามือกดแผลไว้

  32. การทำให้เลือดที่ไหลหยุดทันทีทันใด การห้ามเลือดโดยทั่ว ๆ ไป จะกระทำได้ในรายที่ได้รับบาดเจ็บซึ่งมีการตกเลือดภายนอกเป็นส่วนใหญ่ ๆ และอาจทำได้หลายวิธี แล้วแต่ตำแหน่งหรือการตกเลือดนั้นมีมากหรือน้อยเพียงใด ในการห้ามเลือดแต่ละครั้ง อาจใช้วิธีการหลายอย่างเข้าด้วยกัน เพื่อให้การห้ามเลือดประสบผลสำเร็จถ้าบาดแผลกว้าง ให้ใช้ผ้าสะอาดพับวางบนบาดแผลแล้วจึงกด การกดอย่ากดแรงเกินไป เพราะอาจจะทำให้การไหลเวียนของเลือดไม่เป็นไปตามปกติ แล้วสังเกตดูว่าเลือดหยุดหรือไม่ ถ้าเลือดยังไม่หยุดและซึมผ้ามาก อย่าปิดแผลเพื่อเอาผ้าทิ้ง ให้ใช้ผ้าใหม่ปิดและกดทับลงไปเพราะถ้าเอาผ้าซับทิ้งบ่อย ๆ จะเป็นการรบกวนการแข็งตัวของเลือด ถ้าการห้ามเลือดด้วยการกดแผลได้ผลควรใช้ผ้าสะอาดพันทับแล้วผูกไว้ ข้อควรระวังคืออย่าผูกแน่นเกินไป ในรายที่มีกระดูกหักร่วมด้วยต้องทำให้ส่วนนั้นอยู่นิ่งมากที่สุด

  33. การห้ามเลือดคือ การที่ช่วยไห้เลือดหยุดไหล ออกจากร่างกาย เพื่อลดอันตรายจากการเสียเลือด
    เมื่อเรารุ้จักวิธีการรักษาและขั้นตอนของการห้ามเลือด เราควรปฎิบัติและเอาไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

  34. กลไกการห้ามเลือดของร่างกาย
    ตามธรรมชาติของร่างกายมนุษย์มีวิธีการทำให้เลือดหยุดได้โดย
    1. เลือดมีคุณสมบัติพิเศษ ซึ่งเมื่อมาอยู่นอกเส้นเลือดแล้วอาจแข็งตัวได้ (Clot) และการแข็งตัวของเลือดนี้เอง จะอุดช่องทางตรงที่เลือดออกได้
    2. ความดันเลือดจะต่ำลงเองเมื่อร่างกายมีการตกเลือด ซึ่งจะทำให้กระเเสเลือดไหลช้าลงด้วย ทำให้เลือดมีโอกาสแข็งตัวได้เอง เพื่อปิดช่องทางที่เลือดออกได้ง่ายขึ้น

  35. การห้ามเลือด
    1.เอาน้ำสะอาดมาล้างเลือด
    2.หาที่ปิดเเผลมาปิดไว้
    3.เเละก็เอามือมาปิดไว้ถ้าเลือดยังไม่หยุดไหล

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s